รักกันจริงวาเลนไทน์อย่าให้ “ช็อกโกแลต” พลังงานสู้งสูง มอบ “ผลไม้สีแดง” เข้าธีมดีต่อกายและใจ

update:

       

       หมอเตือนมอบ "ช็อกโกแลต" วันวาเลนไทน์ ให้พลังงานสูง เทียบเท่าข้าวสวย 6 ทัพพี กินมากเสี่ยงอ้วน เบาหวาน ความดันสูง ย้ำมอบให้ได้ แต่ต้องทานให้เหมาะสม ไม่ควรเกินวันละครึ่งแท่ง พร้อมออกกำลังกายเผาผลาญส่วนเกิน แนะมอบผลไม้สีแดง เข้าธีมความรัก สุขภาพดี ชูแอปเปิ้ล สตรอเบอร์รี องุ่นแดง ชมพู่ ดีต่อกายดีต่อใจ
       

       วันนี้ (13 ก.พ.) พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ รองอธิบดีกรมอนามัย กล่าวว่า ในช่วงวันวาเลนไทน์หรือวันแห่งความรัก คู่รักนิยมมอบของขวัญแทนใจให้กันรวมถึงของขวัญให้คนที่เราเคารพรักหรือคนในครอบครัว โดยส่วนใหญ่นิยมมอบ "ช็อกโกแลต" เป็นของขวัญ อย่างไรก็ตาม ช็อกโกแลตเป็นอาหารที่ให้ความหวานและพลังงานสูงมาก ประกอบด้วยน้ำตาลซูโครส และฟรุกโตส ถึงร้อยละ 90 และช็อกโกแลต 1 แท่งใหญ่ 100 กรัมให้พลังงานถึง 500 กิโลแคลอรี หรือเท่ากับข้าวประมาณ 6 ทัพพี หากจะเลือกมอบช็อกโกแลตนั้น ควรเลือก "ดาร์กช็อกโกแลต" ซึ่งทำจากโกโก้แมสและโกโก้บัตเตอร์ที่มีโกโก้แมสร้อยละ 70 ขึ้นไปในดาร์กช็อกโกแลตจะมีฟลาโวนอยด์ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระมาก ช่วยเสริมสร้างสุขภาพของหัวใจ ช่วยให้โลหิตไหลเวียนดีขึ้น และยังช่วยลดอาการอุดตันของหลอดเลือดอีกด้วย แต่จะมีราคาจะสูงกว่าช็อคโกแลตทั่วไปและยังคงให้พลังงานสูง จึงยังคงต้องควบคุมปริมาณการกินควรแบ่งกินเพียงเล็กน้อย
       
       พญ.อัมพร กล่าวว่า ส่วน "มิลค์ช็อกโกแลต" จะกินง่าย อร่อยกว่า เนื่องจากมีเนื้อโกโก้น้อยกว่า แต่จะมีรสหวานมากกว่า เพราะมีส่วนผสมของนมผงหรือนมข้นด้วย "คอมพาวด์ช็อกโกแลต" หรือช็อกโกแลตโคตติง (chocolate coating) ช็อกโกแลตชนิดนี้ใช้ไขมันพืชแทนโกโก้บัตเตอร์ทำให้รสชาติและเนื้อสัมผัสไม่เหมือนช็อกโกแลตที่มีคุณภาพดี "ช็อกโกแลตขาว" เป็นช็อกโกแลตที่ไม่มีผงโกโก้เลย จึงเป็นสีขาวและมีไขมันโกโก้ไม่ต่ำกว่าร้อยละ 20 ทั้งนี้ ย้ำว่า ช็อกโกแลตทุกชนิดหากกินในปริมาณที่มากเกินไปและกินติดต่อกันเป็นประจำก็จะส่งผลให้เกิดโรคอ้วน เบาหวาน ความดันโลหิตสูงได้ จึงควรควบคุมปริมาณให้พอเหมาะ เช่น ในหนึ่งวันไม่ควรกินช็อกโกแลตเกินครึ่งแท่ง และต้องออกกำลังกายเผาผลาญพลังงานส่วนเกิน เพราะช็อกโกแลตครึ่งแท่งต้องออกกำลังกายด้วยการเดินเร็ว 45 นาที หรือว่ายน้ำ 15 นาที จึงจะเผาผลาญพลังงานได้หมด
       
       พญ.อัมพร กล่าวว่า สำหรับวันแห่งความรักปีนี้ กรมอนามัยขอแนะนำการมอบของขวัญทางเลือกที่มีคุณค่าทางโภชนาการด้วยการมอบกระเช้าผลไม้สีแดง ซึ่งนอกจากจะมีสีสันที่สื่อถึงความรักแล้วยังอุดมไปด้วยใยอาหาร วิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่มีคุณประโยชน์มากมาย อาทิ แอปเปิ้ลแดง มีใยอาหารสูงช่วยในการขับถ่าย ช่วยลดคลอเลสเตอรอลมีฟลาโวนอยด์ช่วยต้านอนุมูลอิสระ สตรอเบอร์รีมีวิตามินซีค่อนข้างมาก มีสารช่วยควบคุมความดันเลือด ชะลอการอุดตันของหลอดเลือดหัวใจ องุ่นแดงและองุ่นดำมีสารแอนโทไซยานิน มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระลดการเกิดไขมันอุดตันในหลอดเลือด ชมพู่ทับทิมจันทร์มีสารไลโคพีนที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดปริมาณไขมันในเลือดนอกจากจะเป็นการให้ของขวัญแทนใจแล้วยังเป็นการมอบสุขภาพที่ดีแก่กันอีกด้วย