รู้ทุกอาการชา รักษาทัน ป้องกันตรงจุด

ผู้จัดการออนไลน์

       

       นพ.นริศ สมิตาสิน
       อายุรแพทย์โรคสมองและระบบประสาท โรงพยาบาลเวชธานี

       
       ชามือ-ชาเท้า เกิดขึ้นได้กับทุกคน และเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น การอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลานาน ส่งผลให้เส้นประสาทได้รับการกดทับเป็นประจำ แต่หากเป็นบ่อย ๆ และทวีความรุนแรงมากขึ้น อาจเป็นเพราะความผิดปกติของปลายประสาท
       
       สำรวจ “อาการชา” บอกโรคคุกคามร่างกาย
       
        แม้ว่าอาการชา จะเกิดขึ้นชั่วครั้งชั่วคราว และสามารถหายได้เอง แต่อาการชาปลายมือปลายเท้า อาจเป็นสัญญาณเริ่มต้นของโรค หรือภาวะผิดปกติบางประการ ยกตัวอย่างเช่น
       
       •ชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และนิ้วนางครึ่งซีก อาจเป็นสัญญาณของโรคเส้นประสาทบริเวณมือถูกบีบรัด
       
       •ชานิ้วโป้ง นิ้วชี้ นิ้วกลาง และปวดมือร้าวถึงแขน อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณคอกดทับเส้นประสาท
       
       •ชาปลายเท้าและปลายมือ อาจเกิดจากปลายประสาทอักเสบ ภาวะขาดวิตามินบี 1 บี 6 หรือบี 12
       
       •ชานิ้วก้อย นิ้วนาง และด้านข้างฝ่ามือ อาจเกิดจากเส้นประสาทบริเวณข้อศอกถูกกดทับ
       
       •ชาง่ามนิ้วโป้งและนิ้วชี้ อาจเกิดจากเส้นประสาทกดทับที่ต้นแขน
       
       •ชาทั้งเท้าลามถึงสะโพก อาจเกิดจากหมอนรองกระดูกสันหลังบริเวณเอวเคลื่อนทับเส้นประสาท
       
       ตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า รู้ทัน “อาการชา”
       
        หากอาการชาไม่ดีขึ้นภายในระยะเวลา 1 สัปดาห์ ควบรีบพบแพทย์ก่อนอาการลุกลามมากขึ้น โดยแพทย์จะตรวจประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า (Electrodiagnosis) เพื่อใช้วินิจฉัยและวางแผนการรักษาโรค ซึ่งประกอบด้วย การตรวจคลื่นไฟฟ้าของกล้ามเนื้อ (Electromyography: EMG) และการตรวจการทำงานของเส้นประสาทด้วยคลื่นไฟฟ้า (Nerve Conduction Study: NCS)
       
       •การตรวจ EMG/NCS จะตรวจบริเวณ แขน ขา และใบหน้าบางตำแหน่ง
       
       •โดยทั่วไปจะตรวจ แขนข้างละ 4 ตำแหน่ง และขาข้างละ 5 ตำแหน่ง (ขึ้นอยู่กับอาการของผู้ป่วย)
       
       •เริ่มจากการตรวจเส้นประสาทด้วยคลื่นไฟฟ้า เพื่อดูว่าเส้นประสาทปกติหรือไม่ หรือถูกกดทับบริเวณใด
       
       •ต่อด้วยการตรวจกล้ามเนื้อ โดยใช้เข็มสอดเข้าไปบริเวณกล้ามเนื้อ ซึ่งจะวัดค่าทั้งตอนขยับและไม่ขยับกล้ามเนื้อ เพื่อดูการอักเสบหรือการเสื่อมของกล้ามเนื้อ
       
       •ค่าที่ได้จากการตรวจ EMG/NCS จะแปรผลออกมาเป็นกราฟ ซึ่งแพทย์สามารถนำไปอ่านค่า และวินิจฉัยหาสาเหตุได้
       
        ทั้งนี้ กรตรวจประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า ให้ผลค่อนข้างละเอียดมากกว่าการตรวจร่างกายทั่วไป สามารถบอกได้ชัดเจนว่า อาการชาเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น พังผืดทับเส้นประสาท กล้ามเนื้ออักเสบ เส้นประสาทเสื่อม กล้ามเนื้ออ่อนแรง ฯลฯ เพื่อวางแผนการรักษาได้อย่างตรงจุด
       
       ใครควรตรวจเส้นประสาทและกล้ามเนื้อด้วยไฟฟ้า
       
       •ผู้ที่มีอาการชาบริเวณปลายมือปลายเท้า
       
       •ผู้ป่วยมีอาการปวดต้นคอร้าวลงแขน
       
       •ผู้ป่วยมีอาการปวดหลังร้าวลงขา
       
       •ผู้มีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรง หนังตาตก
       
คำสำคัญ : อาการชา

ข่าวชุมชน-คุณภาพชีวิต

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้