จุฬาฯ จ่อยื่นขอวิจัยในคน "น้ำมันกัญชา" สูตร อ.เดชาคืนนี้ คาดเริ่มได้ มิ.ย. ด้าน อย.จัดจับคู่ดึงกลุ่มใต้ดินร่วมผลิตถูก กม.

ผู้จัดการออนไลน์

       

       อย.จัดประชุมจับคู่มหา'ลัย-กลุ่มผลิตกัญชา หวังเกิดความร่วมมือวิจัยแบบ "จุฬาฯ-อ.เดชา" ช่วยได้ข้อมูลผู้ป่วยระดับประเทศ คนใช้ยากัญชาอยู่ไม่ขาดยา สภาเกษตรกรฯ พร้อมร่วมมือ หวังทุกเครือข่ายเข้าร่วมจับคู่ ช่วยผลิตได้อย่างถูก กม. คณะเภสัชฯ จุฬาฯ เร่งเอกสารวิจัยน้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา หวังยื่นคกก.จริยธรรมวิจัยในคนคืนนี้ คาดเริ่มแจกวิจัยได้ มิ.ย.นี้
       

       วันนี้ (26 เม.ย.) เมื่อเวลา 13.00 น. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) จัดประชุมจับคู่ (Matching) ระหว่างมหาวิทยาลัย โรงพยาบาล และกลุ่มที่คาดว่ามีกำลังการผลิตกัญชา เพื่อให้เกิดความร่วมมือภายในพื้นที่ โดยมีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ม.ขอนแก่น ม.เชียงใหม่ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (มอ.) ม.นเรศวร ม.วลัยลักษณ์ ม.มหิดล สภาเกษตรกรแห่งชาติ กรมการแพทย์ กรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก เป็นต้น เข้าร่วม โดยใช้เวลามากกว่า 4 ชั่วโมง
       

       นพ.ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ เลขาธิการ อย. ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมว่า วันนี้เป็นการหารือในหลักการเบื้องต้น เพื่อให้มีช่องทางประสานและติดต่อกันต่อไป โดยลักษณะของการจับคู่จะเป็นการจับกันในพื้นที่ ระหว่างสถาบันการศึกษา กลุ่มที่คาดว่ามีกำลังการผลิต และภาคบริการ คือ โรงพยาบาล ซึ่งขณะนี้เรามีรูปแบบหรือโมเดลของ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ ที่ทำร่วมกับนายเดชา ศิริภัทร ประธานมูลนิธิข้าวขวัญ จ.สุพรรณบุรี เป็นรูปแบบกลาง ซึ่งจะส่งให้และแห่งดูเป็นตัวอย่างในการจับคู่ แต่หากจะจับคู่ในรูปแบบอื่นก็สามารถดำเนินการได้
       
       "หากจับคู่ออกมารูปแบบคล้ายๆ กันในลักษณะของการวิจัย ก็จะได้ข้อมูลผู้ป่วยที่ใช้ยาอยู่ทั้งประเทศในภาพรวม ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากในการทำโครงการต่อไป รวมถึงเป็นวิธีที่ช่วยให้ผู้ป่วยที่มีการใช้ยาจากกัญชาอยู่แล้ว ได้ใช้ยาต่อไปในรูปแบบของการมาร่วมวิจัย โดยไม่ต้องขาดยา ทั้งนี้ จากการพูดคุย ทางประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ ก็บอกว่าทั้งกลุ่มสภาเกษตรกร รวมถึงวิสาหกิจชุมชนย่อยที่อาจมีกำลังผลิตถึง 10 กว่าแห่ง ยินดีที่จะร่วมกันจับคู่เช่นนี้ ซึ่งหากเกิดการจับคู่กับหน่วยงานภาครัฐแล้วก็สามารถมาขออนุญาตได้ แต่หากเป็นหน่วยงานภาครัฐที่ขออนุญาตไปแล้ว ก็สามารถร่วมมือกันได้ทันที โดยทาง อย.เราจะเป็นพี่เลี้ยง" นพ.ธเรศ กล่าว
       
       นพ.ธเรศ กล่าวว่า สำหรับการมาแจ้งครอบครองกัญชาโดยไม่ต้องรับโทษ ขณะนี้มีประมาณ 6 พันกว่าคน ซึ่งจำนวนผู้มาแจ้งครอบครองกัญชาจะเป็นตัวเลขพื้นฐานที่ใช้ในการเตรียมระบบและเชื่อมต่อไปยังพื้นที่ เพื่อเตรียมยาไว้สำหรับคนกลุ่มนี้ ดังนั้น การมาแจ้งครอบครองจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก
       

       ด้าน นพ.สุรโชค ต่างวิวัฒน์ รองเลขาธิการ อย. กล่าวว่า ขณะนี้กฎหมายลูกที่สำคัญเหลือร่างกฎกระทรวงสาธารณสุข การขออนุญาตและการอนุญาต ผลิต จำหน่าย นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองยาเสพติดให้โทษประเภท 5 เฉพาะกัญชา ที่อยู่ระหว่างการเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณา ซึ่งระหว่างนี้จะมีการส่งร่างไปยังคณะกรรมการกฤษฎีกาด้วย เพื่อให้รวดเร็วหลังจากผ่าน ครม. และประกาศคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษอีก 2 ฉบับ ซึ่งต้องรอกฎกระทรวงออกก่อนถึงออกตามได้ ส่วนประกาศกระทรวงสาธารณสุขออกไปครบทั้งหมดแล้ว
       
       ผศ.ภญ.รุ่งเพ็ชร สกุลบำรุงศิลป์ คณบดีคณะเภสัชศาสตร์ จุฬาฯ กล่าวถึงความคืบหน้าการร่วมมือขับเคลื่อนวิจัยน้ำมันกัญชาสูตร อ.เดชา ว่า ขณะนี้เหลือเตรียมเอกสารให้เรียบร้อย ซึ่งพยายามให้แล้วเสร็จภายในคืนนี้ เพื่อที่จะยื่นขออนุญาตคณะกรรมการจริยธรรมการวิจัยในคนได้ทันที ส่วนระยะเวลาในการพิจารณาขึ้นกับคณะกรรมการจริยธรรมฯ ว่าจะใช้เวลานานเท่าไร แต่หลังจากผ่านคณะกรรมการจริยธรรมฯ แล้ว จึงจะยื่นขอเอกสารขออนุญาตวิจัยจากคณะกรรมการยาเสพติดให้โทษเป็นลำดับต่อไปได้ ซึ่งตอนนี้ทุกฝ่ายก็พยายามเร่งดำเนินการ ซึ่งหลังจากได้รับอนุญาตแล้วก็ยังมีรายละเอียดอีกเล็กน้อยที่ต้องเตรียม ทั้งผลิตภัณฑ์ ข้อมูลผู้ป่วย กระบวนการที่จะแจก โดยการวิจัยจะแบ่งเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนของการใช้คนไข้ จะติดตามการใช้จริง กับส่วนที่ทดสอบมาตรฐานผลิตภัณฑ์ คาดว่าเร็วที่สุดที่จะเริ่มได้คือ มิ.ย.นี้
       
       นายประพัฒน์ ปัญญาชาติรักษ์ ประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้สภาฯ มีสมาชิกทั่วประเทศกว่า 2,300 คน และมีเครือข่ายต่างๆ ที่เป็นผู้ผลิตกัญชาอีกกว่า 10 เครือข่าย ทั้งในรูปแบบการใช้ต้ม คั้น สกัดและป่น จึงอยากให้ทุกเครือข่ายดำเนินการขึ้นทะเบียนให้ถูกต้องโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกดำเนินการใดๆ เนื่องจากเมื่อขึ้นทะเบียนแล้วมีช่องทางให้ดำเนินการได้อย่างถูกกฎหมายด้วยการร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐที่กฎหมายอนุญาตเพื่อดำเนินการในลักษณะการจับคู่เป็นโครงการวิจัย ซึ่งจะส่งผลให้ผู้ผลิตที่เคยดำเนินการแบบลับๆ สามารถผลิตได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ขณะเดียวกันผู้ป่วยก็จะมียาจากกัญชาใช้ต่อไป ที่สำคัญจะทำให้ผลิตภัณฑ์ที่ได้มีการตรวจสอบคุณภาพมาตรฐานมากขึ้น มีความปลอดภัยในการนำไปใช้ ถือว่าเกิดประโยชน์ในภาพรวมต่อทุกฝ่าย
       

ข่าวชุมชน-คุณภาพชีวิต

ข่าวยอดนิยม

ข่าววันนี้