ทองคำรอความชัดเจนสงครามการค้าUS-จีน

ผู้จัดการออนไลน์

       

       การส่งสัญญาณชะลอตัวปรับขึ้นดอกเบี้ยของเฟด กดดันดอลลาร์ ผลักดันราคาทองคำปรับตัวเพิ่ม จับตาท่าที2ผู้นำสหรัฐฯและจีนต่อกรณ๊สงครามการค้า หากสถานการณ์ดังกล่าวคลี่คลายจะเป็นปัจจัยสนับสนุน ประเมินหากยืนเหนือ 1,209 เหรียญ ราคาทองคำยังเคลื่อนไหวในลักษณะสร้างฐานสะสมแรงซื้อ
       

        "วรุต รุ่งขำ" ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ วายแอลจีบูลเลี่ยน แอนด์ ฟิวเจอร์ส กล่าวถึงราคาทองคำที่ผ่านมาว่า ถูกกดดันจากดอลลาร์สหรัฐฯ ซึ่งยังคงมีทิศทางที่แข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่องจนเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กดดันทำให้ราคาทองคำปรับฐานลง แต่จากนั้นราคาทองคำเริ่มมีการฟื้นตัวขึ้นหลังจากดอลลาร์สหรัฐฯปรับค่าลง เมื่อประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) "เจอโรม พาวเวลล์" ส่งสัญญานว่าธนาคารกลางสหรัฐอาจจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะถัดไปในทิศทางที่ไม่ได้มากนัก เนื่องจากทิศทางอัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับที่เป็นกลาง
       
       
        "สถานการณ์ดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนขายดอลลาร์สหรัฐฯออกมาและมีเม็ดเงินบางส่วนโยกเข้าตลาดเงินตลาดทุนเพิ่มเติม แต่อย่างไรก็ตามการขยับหรือการดีดตัวขึ้นของราคาทองคำไม่ได้สูงมากนักเนื่องจากนักลงทุนยังคงจับตาดูการเจรจาการค้าระหว่างประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" ของสหรัฐฯ และประธานาธิบดี "สี จิ้นผิง" แห่งจีน ในการประชุมที่อาร์เจนติน่าในช่วงสุดสัปดาห์
        
        ทั้งนี้ตัว "ทรัมป์" ยังคงส่งสัญญานประสมประสานเกี่ยวกับความเป็นไปได้ในการยุติหรือหาข้อตกลงเกี่ยวกับสงครามการค้าของทั้ง 2 ประเทศ ซึ่งยังเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่ทำให้นักลงทุนรอดูความชัดเจนของประเด็นดังกล่าว
       
        สำหรับปัจจัยที่ยังคงต้องจับตานอกจากประเด็นสงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีนแล้ว แนะนำให้จับตาดูการที่รัสเซียปฏิบัติทางการทหารต่อยูเครนซึ่งสร้างความไม่แน่นอนครั้งใหม่ต่อความสัมพันธ์ครั้งใหม่ของสหรัฐและรัสเซีย ล่าสุดรัฐสภายูเครนประกาศภาวะฉุกเฉิน และทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ มีท่าทีตึงเครียดมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ประธานาธิบดี "โดนัลด์ ทรัมป์" สั่งยกเลิกแผนการประชุมกับประธานาธิบดี "วลาดิเมียร์ ปูติน"แห่งรัสเซีย เพื่อเป็นการแสดงความไม่พอใจต่อการใช้กำลังทหารของรัสเซียต่อยูเครน จึงต้องจับตาดูสถานการณ์ดังกล่าวเพิ่มเติม เพราะหากทวีความรุนแรงหรือความตึงเครียดมากยิ่งขึ้นก็อาจจะเป็นปัจจัยตัวหนึ่งที่กระตุ้นแรงซื้อราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
       
       
        ขณะเดียวกันแนะนำให้จับตาดูเกี่ยวกับผลลัพธ์ของการแยกตัวของอังกฤษ (Brexit)ออกจากการเป็นสมาชิกของสหภาพยุโรป ล่าสุดนายกรัฐมนตรีเทเรซ่า เมย์ ของอังกฤษเผชิญผลกระทบของBrexit ของรัฐสภาอังกฤษซึ่งมีกำหนดให้ต้องลงมติข้อตกลงดังกล่าวในวันที่ 11 ธันวาคมนี้ และรัฐสภาอาวุโสของอังกฤษได้เดินหน้าสกัดข้อตกลงการถอนตัวของอังกฤษจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป ทำให้ส่งผลต่อการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจในฝั่งสหรัฐฯ ที่สำคัญอย่างเช่น ตัวเลขการจ้างภาคการเกษตร อัตราการว่างงานรายได้เฉลี่ยต่อชั่วโมง ซึ่งนักลงทุนอาจใช้เป็นข้อมูลในการขับเคลื่อนราคาทองคำและดอลลาร์สหรัฐฯเพิ่มเติม
       
       
        ด้านกลยุทธ์การลงทุน "วายแอลจี" ให้แนวรับบริเวณ 1,196/1,180 และ 1,160 เหรียญ/ออนซ์แนวต้านประเมินไว้ที่ระดับ 1,244/1,260 และ 1,281 เหรียญ/ออนซ์ อย่างไรก็ตามระยะสั้นราคายังคงแกว่งตัวอยู่ในกรอบ โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวบริเวณ 1,196 - 1,244 เหรียญ/ออนซ์ หากราคาขยับหรือดีดตัวขึ้นอาจจับตาแนวต้านระดับถัดไป 1,237 - 1,244 เหรียญ/ออนซ์ แต่หากไม่ได้มีแรงซื้อมากพอจนราคาขยับหรือผ่านในส่วนของโซนดังกล่าว แนะนำให้แบ่งทองคำออกขายเพื่อลดความเสี่ยงและรอการอ่อนตัวลงมาของราคาอีกครั้ง
        
        โดยประเมินแนวรับด้านล่างบริเวณ 1,209 และ 1,196 เหรียญ ซึ่งการอ่อนตัวของราคาหากยังคงยืนรักษาระดับดังกล่าวได้ ราคาทองคำอาจมีลักษณะการแกว่งตัวออกด้านข้างในลักษณะสร้างฐานหรือการสะสมกำลังการซื้อ และหากราคาไม่หลุดโซนดังกล่าวโอกาสที่ราคาจะขยับหรือดีดตัวขึ้นยังมีโอกาสเกิดขึ้นอีกครั้ง
        
       

       

ข่าวยอดนิยม